เอาเว็ปไซด์การเปรียบเทียบขนาดยางมาฝาก ^^

(1/2) > >>

whitebear:
อันนี้เปรียบเทียบความสูงของยาง+แม็กซ์เดิม กับยาง+แม็กซ์ที่คิดจะเปลี่ยน

http://www.miata.net/garage/tirecalc.html

ส่วนอันนี้สำหรับคนที่รู้หน้ากว้างแม็กซ์กับออฟเซ็ทล้อด้วย

http://www.rimsntires.com/rt_specs.jsp

ลองเล่นกันดูคร๊าบ

tOon`:
Quote from: whitebear on October 02, 2010, 08:31:40 AM

อันนี้เปรียบเทียบความสูงของยาง+แม็กซ์เดิม กับยาง+แม็กซ์ที่คิดจะเปลี่ยน

http://www.miata.net/garage/tirecalc.html

ส่วนอันนี้สำหรับคนที่รู้หน้ากว้างแม็กซ์กับออฟเซ็ทล้อด้วย

http://www.rimsntires.com/rt_specs.jsp

ลองเล่นกันดูคร๊าบ


ขอบคุณครับ

ขอเสริมได้ปะ ไม่เอาดีกว่าอ้างอิงดีกว่าพอดีอ่านมาแล้วชอบเข้าใจง่ายดี

จากกระทู้ของ tida club ขออ้างอิงหน่อยนะครับ

http://www.tiida-club.net/smf/index.php?topic=7703.0

เวลาจะเปลี่ยนล้อใหญ่ขึ้น  16 นิ้ว 17 นิ้ว  18นิ้ว หรือ 19นิ้ว(จะมีใครใส่มั้ยเนี่ย)  จะต้องใช้ยางขนาดไหน

วิธีดู ดูยังไงมาอ่านกันต่อเลยล่ะกัน


เริ่มด้วย......วิธีพื้นฐาน ตามทฤษฎีก่อน  ว่าตัวเลขแต่ละตัวที่บอกไซส์ยางบอกอะไรเราบ้าง

ว่ากันด้วยเรื่องตัวเลขบอกไซส์ยาง  ที่อยู่บนยาง



ผมขออธิบายเฉพาะ ตัวเลขพื้นฐานนะคับ.............

คงเคยได้ยิน  เคยเจอบ้างแหละกับตัวเลข  185/65  R15 (ยางเดิม Tiida)  ที่อยู่บนยาง

ไม่ก็เจอตัวเลขที่คล้ายๆกันนี้  ในใบปลิวโฆษณาของร้านต่างๆ  อันนี้คือกลุ้มตัวเลขที่บอกขนาดของยาง

หมายถึงอะไรกันบ้าง  และดูหน่วยของมันดีๆ

เริ่มด้วย.....  185 ตัวแรก............เป็นตัวเลขที่บอกถึงความกว้างของหน้ายาง (โดยประมาณ) มีหน่วยเป็น  มิลลิเมตร

ต่อมา.........65......หลายที่เรียกว่าเลขซีรี่ย์ มีเยอะมากตั้งแต่ 25-80  บ่งบอกความสูงของแก้มยาง ยางบางยางหนา  บอกกันด้วยตัวนี้

สูงเท่าไหร่  คิดเป็น % ของความกว้างหน้ายาง (เด๋วคิดให้ดูแล้วจะหายงง)  มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรเช่นกัน

เลขต่อมา    R15  บอกว่าต้องใส่กับล้อขนาดเท่าไหร่  15  16 หรือ 17   ในที่นี้คือขอบ  15  มีหน่วยเป็นนิ้ว

ที่นี้เรามาดูวิธีสุดคลาสสิคกันบ้าง  การคำนวนขนาดยางโดยใช้เครื่องคิดเลข

"หรือถ้าไม่อยากคำนวณใช้โปรในเวปที่พี่โอใส่ให้ก็ได้ครับ แป๊ะๆ เลย"

ความสูงของยาง 1 เส้น  จะประกอบด้วย ความสูงของยาง 2 ส่วนรวมกับ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อ 

เริ่มคำนวนกัน โดยเราจะทำให้เป็นหน่วยง่ายที่สุดคือ  เซนติเมตร

จากขนาดล้อ........15 นิ้ว............ทำให้เป็น ซม.  ได้โดยการคูณด้วย 2.5 ...........15*2.5 = 37.5 ซม.

และความสูงของยาง........185 คือความกว้าง คูณกับ ตัวเลขซีรี่ย์ (มันเป็นเปอร์เซ็นท์อยู่นะ)  ก็จะได้ความสูงของแก้มยางออกมา

185 มม. = 18.5 ซม. .......คูณกับตัวเลขซีรี่ย์..........18.5*65%  (กดเครื่องคิดเลขตามนี้เลย) = 12.025

ทีนี้ อย่างที่บอกความสูงรวมจะมีความสูงของยาง 2 ส่วน  ดังนั้นต้องเอา  12.025*2 = 24.05 ซม.

แล้วเราก็เราเลขตัวแดงทั้ง 2 มาบวกกัน...............37.5+24.05 = 61.55 ซม. ก็จะได้ความสูงโดยรวมของล้อและยางออกมา

ก็เอาตัวเลขนี้ไปอ้างอิง ว่าเวลาเปลี่ยนยางก็ต้องให้ใกล้เคียงนี้  เช่น

เปลี่ยนล้อขอบ 17   ........... ที่ร้านบอกว่าให้ใส่ 215/45 R17  ก็มาคำนวนกัน

17*2.5  = 42.5 ซม.    21.5*45% *2 = 19.35 ซม.

42.5+19.35 = 61.85 ซม.  จะเห็นว่าตัวเลขใกล้เคียงกัน แสดงว่า 215/45 R17  ใช้ได้



กลับกัน  ถ้าร้านเค้าเชียร์ยางขนาด  215/50 R17  อาจเพราะ มีแต่ไซส์นี้ หรือเห็นว่าคุณกลัวกระด้าง หรือยางขนาดนี้ที่ร้านเค้าคุณภาพมันดีกว่า ฯลฯ

ก็มานั่งคำนวนกัน   17*2.5  = 42.5 ซม.    21.5*50% *2  = 21.5 ซม.

42.5 + 21.5 = 64 ซม. ใหญ่กว่าเดิมเยอะ ก็ไม่ควรใช้(เดิมๆ 61.55 ซม.) ผลเป็นยังไง ว่ากันตอนท้าย...




tOon`:
ต่อๆๆๆ........  วิธีที่แล้วอาจจะมองว่ายุ่งยาก คำนวนยาก  แต่มันจะใช้ได้ดีเมื่ออยู่ร้านยาง เข้า internet ไม่ได้

มีแค่เครื่องคิดเลข หรือโทรศัพท์มือถือ ก็คิดได้แล้ว  คิดกันสดๆ  จะได้ไม่โดนยัดเยียดยางผิดขนาดให้เรา 


ต่อมาเป็นวิธีง่ายสุดๆ.....สบายสุดๆ  กดๆ จิ้มๆ นั่งเล่นเน็ตก็ทำได้แล้ว   

ขอแนะนำ Tyre Size Calculater

http://www.1010tires.com/tiresizecalculator.asp

แนะนำที่นี่เพราะ สามารถเปรียบเทียบได้เยอะ ถึง 4 ขนาด.......ที่อื่นมันน้อยกว่านี้ 

มาใช้งานกัน  :YoyoEmo05: ......  จะเห็นว่า มี 2 ส่วนคือ

Vehicle Stock Tire Size  เค้าให้ใส่ขนาดยางเดิมติดรถ.....ใครจำได้มั่ง   185/65 R15 ควรจะต้องจำนะ

Compare Tire Sizes  ก็ใส่ยางขนาดใหม่  ที่เราหามาได้   มาดูกัน 4 กรณีนะคับ.........

1. ต้องการล้อ 15 เท่าเดิม  แต่เปลี่ยนให้มีหน้ากว้างมากขึ้น (ล้อเดิม 15 กว้าง 5.5)  เปลี่ยนเป็นหน้ากว้าง 6.5 หรือ 7 ลองใส่ 195/55 R15

2. ต้องการเปลี่ยนล้อ 16    ลองที่ 205/50 R16

3. ต้องการเปลี่ยนล้อ 17    ลองที่ 215/45 R17

4. ต้องการเปลี่ยนล้อ 17 หน้ากว้างๆ เช่นกว้าง 8 หรือ 9     ลองที่ 235/45 R17


ใส่ค่าลงไปทั้งหมด  แล้วมาดูผลกัน แต่ละช่อง   

หน้าต่างจะตามนี้

** ขอยืมรูปพี่เอ (Dab)  หน่อยนะคับ 

จากกระทู้นี้ http://www.tiida-club.net/smf/index.php?topic=7135.0

ที่ทำดอกจันไว้(**)คือต้องสนใจเป็นพิเศษ

Section Width:..........บอกขนาดความกว้างที่เราใส่ลงไป

Rim Diameter:...........ขนาดของล้อ

**Rim Width Range:...ช่วงขนาดความกว้างล้อที่ใส่ยางขนาดนี้ได้  กลางๆคือพอดี

**Overall Diameter:....เส้นผ่านศูนย์กลางรวม ล้อ+ยาง  เหมือนที่เราคำนวนกันแบบที่แล้ว

Sidewall Height:.........ความหนาของแก้มยาง

Radius......................รัศมีล้อ

Circumference:..........เส้นรวบวงของยาง ที่สัมผัสถนน

Revs per Mile.............จำนวนรอบใน 1 ไมล์

**Actual Speed:............ความเร็วจริง (อ้างอิงจากล้อเดิมที่ 100 km/h)

**Speedometer Difference:.........ความต่างของมาตรวัดความเร็ว เป็น%

Diameter Difference:....ความต่างเส้นผ่านศูนย์กลาง


ทีนี้มาดูผลกัน  เฉพาะหัวข้อที่ดอกจัน(**) ก็พอ

1. 195/55 R15

ต้องใช้กับล้อกว้าง 5.5-7   พอดีๆคือ 6.5

Overall Diameter: 595.37 mm   เล็กกว่าเดิม (621.28 มม.)

Speedometer1:  104 km/h  ความเร็วที่หน้าปัทม์ มากกว่าเดิม (วิ่งจริง 100 km/h)

Speedometer Difference: 4.351% too fast  ไมล์บอกความเร็วมากกว่าปกติ 4.35% (ไมล์อ่อน)

Diameter Difference: 4.18%    เส้นผ่านศูนย์กลางต่างกันมากถึง 4%   (เวปแนะนำให้ไม่เกิน 3%)


2. 205/50 R16

ต้องใช้กับล้อกว้าง 5.5-7.5   พอดีๆคือ 6.5-7

Overall Diameter: 611.37 mm   เล็กกว่าเดิม (621.28 มม.)

Speedometer1:  101 km/h  ความเร็วที่หน้าปัทม์ มากกว่าเดิม (วิ่งจริง 100 km/h)

Speedometer Difference: 1.622% too fast  ไมล์บอกความเร็วมากกว่าปกติ 1.62% (ไมล์อ่อน)

Diameter Difference: 1.6%    เส้นผ่านศูนย์กลางต่างจากเดิม 1.6%   (เวปแนะนำให้ไม่เกิน 3%)


2. 215/45 R17

ต้องใช้กับล้อกว้าง 7-8   พอดีๆคือ 7.5

Overall Diameter: 625.09 mm   เล็กกว่าเดิม (621.28 มม.)

Speedometer1:  99.3 km/h  ความเร็วที่หน้าปัทม์ มากกว่าเดิม (วิ่งจริง 100 km/h)

Speedometer Difference:  0.615% too slow ไมล์บอกความเร็วน้อยกว่าปกปกติ 0.6% (ไมล์แข็ง)

Diameter Difference: 0.61%    เส้นผ่านศูนย์กลางต่างจากเดิม 0.61%   (เวปแนะนำให้ไม่เกิน 3%)


2. 235/45 R17

ต้องใช้กับล้อกว้าง 7.5-9   พอดีๆคือ 8-8.5

Overall Diameter: 643.12 mm   ใหญ่กว่าเดิม (621.28 มม.)

Speedometer1:  96.6 km/h  ความเร็วที่หน้าปัทม์ มากกว่าเดิม (วิ่งจริง 100 km/h)

Speedometer Difference: 3.518% too slow  ไมล์บอกความเร็วน้อยกว่าปกติ 3.5% (ไมล์แข็ง)

Diameter Difference: 3.4%    เส้นผ่านศูนย์กลางต่างกันมากถึง 3.4%   (เวปแนะนำให้ไม่เกิน 3%)


** หรือจะให้ดูง่ายๆ Diameter Difference  ไม่ควรเกิน 3% ก็พอ   สังเกตุว่า ถ้าเกินมันจะมี Pop Up ขึ้นมาบอก



ขอทิ้งท้ายกันหน่อยนะ.... อันนี้ว่ากันตามทฤษฎี  แต่ตามที่ได้เล่น เกี่ยวกับล้อยางมา ตามประสบการณ์เยอะพอควร ขอแนะนำดังนี้

**ต้องอ่าน**

1. ไม่ควรนั่งคำนวนไซส์ยางเองที่บ้านเป๊ะๆ ก่อนออกไปร้าน  เพราะขนาดที่เราคำนวน อาจจะไม่มีผลิตก็ได้
ให้ไปร้าน ให้เค้าแนะนำขนาดต่างๆกัน  แล้วลองมานั่งคิดดูว่าใช้ขนาดไหนถึงพอดี

2. ดูหลายๆร้าน.......เพราะทุกร้านอาจมียางไม่เหมือนกัน แม้จะรุ่นเดียวกันก็ตาม

3. ถ้าใส่ ล้อ+ยางที่ ขนาดใหญ่ขึ้น   Overall Diameter: ใหญ่กว่าเดิม (621.28 มม.)มากๆ  รถจะออกตัวอืดขึ้น เบรคทำงานหนัก และอาจจะกินน้ำมันมากกว่าเดิม

4. ถ้าใส่ ล้อ+ยาง เล็กลง..........จะออกตัวดีขึ้น  อัตราเร่งดีขึ้น แต่อาจจะไม่ช่วยเรื่องประหยัดหากขับทางไกล  เพราะต้องใช้รอบเครื่องมากขึ้น เพื่อขับที่ความเร็วเท่าเดิม

5. ถ้าใส่ล้อ+ยางที่มีขนาดเท่าเดิม    ถ้าได้ล้อดีๆ เบากว่าเดิม  รถจะวิ่งดีกว่าเดิม  และเบรคดีขึ้น

6. ยางซีรี่ย์ ต่ำลง  แก้มยางเตี้ยลง.......จะกระด้างกว่าเดิม เป็นปกติ.......แต่....ถ้าได้ยางคุณภาพดีๆ ลมยางที่เหมาะสม อาจจะไม่ต่างจากยางเดิมก็ได้ !!!

7. ขับในเมืองใช้งานในเมือง อยากออกตัวดีๆ โดยไม่ต้องทำอะไรกับรถ ก็ใช้ยางขนาดเล็กลงซักนิดก็ได้

8. รถอยากสวย อยากให้ซุ้มอมยาง  ขับช้าๆ เอาสวย  แต่กลัวใต้ท้องจะติดเวลาไปไหนมาไหน  ก็เลือกยางให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  รถก็จะสูงขึ้นได้อีกนิด โดยซุ้มยังอมยางอยู่ได้








ปล. ที่มาแนะนำไม่ได้ต้องการอยากโชว์ว่าเก่ง  บางเรื่อง เช่น การคำนวนด้วยเครื่องคิดเลข ส่วนใหญ่จะไม่รู้กัน เพื่อนผมเป็นเซลล์ขายยาง  ยังไม่รู้เลย
ปกติ แล้ว คนขายยาง ร้านยาง มีวิธีคิดขนาดเป็นสูตรสำเร็จอยู่  แต่มันมีข้อเสีย คือ บางทีจะมองข้ามขนาดยาง ที่ยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นมันมีผลิต  เลยขายแต่ที่ยอดนิยมแทน ทั้งๆที่อาจจะไม่ได้เหมาะกับรถทุกรุ่น

ทำอะไรกับรถ  ลองคิดซักนิด  แล้วจะสนุกกับมันอีกเยอะเลยครับ

นี้คือของเวป tida club ผมอ่านแล้วผมว่าเข้าใจชัดเจนดีนะครับ






แต่ๆ ... เดี๋ยวๆ

อันนี้ผมจะขอเพิ่มหน่อยได้ปะครับ ผมจะบอกว่าหลายๆคนอาจจะมองต่างมุมนะ หลายคนอาจจะมองยางที่ถูก เงียบ

แต่ถ้าอีกมุม ของรถแรงๆหลายๆคันจะมองกันที่ผมจะบอกต่อไปนี้ครับ

ค่า Treadwear, Traction, Temperature

ซึ่งผมจะอ้างอิงจากพี่เก่ง Rcweb อีกทีนะครับ

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดตั้งโครงการ UTQG (Uniform Tire Quality Grading) เพื่อจัดอันดับคุณภาพยาง เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในการซื้อยางของพวกเขา
โดยทั่วไปนั้นจะใช้เครื่องมือนอกเหนือจากที่รวบรวมความคิดเห็นจากเพื่อน, ช่าง และผู้จำหน่ายยาง สิ่งสำคัญในการใช้ระบบนี้คือระบบการเปรียบเทียบความเกี่ยวข้องกันกับการใช้ งานจริง UTQG ไม่จัดอันดับความปลอดภัย และไม่รับประกันว่ายางจะผ่านกำหนดจำนวนของระยะทาง ภายใต้ UTQG ผู้ผลิตใช้สามเกณฑ์ในการแบ่งระดับ: treadwear, traction และ temperature ข้อมูลที่ถูกต้องเมื่อคุณต้องการซื้อยาง
- บนฉลากกระดาษที่ติดอยู่บนหน้ายาง
- ในแม่พิมพ์ยางด้านข้างของยาง (sidewall)

Treadwear เป็นอันดับเปรียบเทียบตามการสึกหรอของยาง เมื่อการทดสอบภายใต้เงื่อนไขควบคุมรอบคอบ เช่น อันดับ 400 ควรใช้งานได้นานกว่ายางอันดับ 200 แต่ต้องแลกมาด้วยเนื้อยางที่แข็งกระด้างและการเกาะถนนที่น้อยลง ประสิทธิภาพ treadwear จริงอาจจะแตกต่างกันอย่างมากมายตามการใช้งานจริง ขึ้นอยู่กับรูปแบบนิสัยการขับขี่, การดูแลรักษา (แรงดันลมยาง), สภาพถนน และอากาศที่มีผลต่ออายุของยาง อันดับตัวเลขที่น้อย ก็ไม่ได้บ่งบอกถึงการเกาะถนนเสมอไป ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบดอกยาง โครงสร้างหน้ายาง แก้มยาง รวมทั้งส่วนผสมของเนื้อยาง

Traction เป็นอันดับความสามารถในการหยุดบนทางเปียก วัดภายใต้เงื่อนไขการควบคุม บนพื้นยางมะตอย และการทดสอบบนพื้นผิวคอนกรีต ณ ปี 1997 ระดับ traction จาก สูงสุด ไป ต่ำสุด ที่ "AA", "A", "B" และ "C" ยางที่จัดอันดับ "AA" อาจมีสมรรถนะดีในการเกาะถนนกว่ายางจัดอันดับที่ต่ำกว่า ทดสอบเบรค หน้า-ตรง ไม่พิจารณาระดับประสิทธิภาพในขณะเลี้ยวของยาง

Temperature เป็นอันดับแสดงความต้านทานของยางต่อความร้อน และความสามารถในการกระจายความร้อน ทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมในห้องปฏิบัติการการ ระดับจากสูงสุดไปต่ำสุดเป็น "A", "B" และ "C" เกรด "C" หมายถึง ประสิทธิภาพต่ำสุดตามมาตรฐานความปลอดภัยสหพันธรัฐ ดังนั้นยาง "A" คือ ใช้งานได้ในขณะเย็น และแม้ว่ายาง "C" วิ่งในขณะที่ร้อนก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ปลอดภัย ระดับอุณหภูมิจะจัดตั้งขึ้นสำหรับยางที่พองเหมาะสมและไม่มากไป


ซึ่งถ้าอ่านแล้วก็น่าจะเข้าใจว่าทำไมยางบางตัวแพงโคตรๆ .... ทั้งๆที่ใช้ได้เหมือนกัน

และสุดท้ายครับขอฝากคลิบไว้สักหน่อยนะครับจาก U tube นะครับ

http://www.youtube.com/v/StTS6qtMqFg

ยังไงลองดูครับ


zovoy:
โห่ เจ๋งมากเลยครับ ขอบคุณครับ

P11 เรา offset เท่าไหร่อ่ะครับ รู้แค่ว่า 185/65/R14

aumkub:
+38 ครับ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page